๐
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
๐ ต้องขออภัยไว้ ณ
ที่นี้หากความรู้อันน้อยนิดทำให้บางคนไม่พอใจ
๐ ไม่ชอบอย่าลบหลู่ :-)
ในยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเวปไซต์หาคู่
date online,
love online
ทั้งพิจารณาแล้วว่าด้วยหนังหน้าตัวเองและบุคลิกคิดว่าไม่มีทางที่หนุ่มชาติเดียวกันจะมาจีบอย่างแน่นอน
จึงมุ่งไปที่ต่างชาติแทน
โดยพึ่งเวปหาคู่ออนไลน์
(แต่ไม่เคยเวิร์คหรอก ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใดจนป่านนี้ก็ยังโสดอยู่) ชั้นเป็นคนนึงที่เป็นสมาชิกเวปประเภทนี้มานาน
ก่อนที่จะมีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเองซะด้วยซำ้
เล่นๆเลิกๆแล้วแต่อารมณ์และทรงผม
ยอมรับว่า chat-mates หนะเยอะ
แต่คนที่เลือกคบแบบมีความหวังแอบแฝงมีได้คนเดียวในวาระเดียวเท่านั้น
ประมาณว่าเลือกคบใครก็คบเป็นคนๆ
one man girl
ว่างั้น
การที่จะคัดเลือกใครสักคนเพื่อยกระดับและคุยส่วนตัวไม่ง่าย
ไม่ค่อยมีใครผ่านด่านที่ชั้นเรียกว่า
"คัดออก"
โลกเปลี่ยนไปคนเปลี่ยนตามกลลวงของคนเพิ่มขึ้น
หาข้อเท็จจริงไม่มี
ความไว้ใจไม่เจอ
ความต้องการคนเราก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
เราเองก็ออกนอกลู่นอกทาง
หาตัวเองไม่เจอเบื่อพวกตอแหลความจอมปลอม
เบื่อพวกเล่นเกมร์ เบื่อคนโรคจิต
เบื่อการรอคอย เบื่อทุกอย่าง
(เบื่อตัวเองด้วย)
วันนึงก็มาถึงฉากหักมุมที่ว่า
ต้อง "ละลายพฤติกรรม"
ตัวเองใหม่.....ไม่ต้องกำหนดอะไร.......ไม่ต้องคาดหวัง......นี้ไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย.....โสดก็ดีอยู่แล้ว.....ฝรั่งก็มีเลวนะ.....
อย่ามองโลกสวยสุด
และอย่ามองว่ามันก็ขี้เหร่สุดด้วย
อย่าง่ายและอย่ายากเกิน
กลับมาย้อนถามตัวเองว่า
จุดประสงค์แรกที่ชั้นอยากสมัครเวปหาคู่คือไร?
ก็เพราะเราเข้ามาเพื่อ
"เล่น"
ไม่ใช่หรือ?
จะไปหวังอะไร
ไม่เวิร์คก็คือไม่เวิร์ค
ถ้างั้น
"ทุบกรอบ"
ออกแล้วหาสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน
มองอะไรที่ต่างออกไป เช่น
ไม่ยึดติดสัญชาติ อายุ หน้าตา
อาชีพและอย่าตัดสินเขาเพียงเพราะคุยแค่ไม่กี่ประโยค
เป็นต้น
และแล้วคนที่ว่าก็เข้ามา
หนุ่มตุรกี
(ไอ้กรอบที่ทุบอยากจับมาประกอบใหม่จริงๆ)
นอกจากคนอื่นๆ
ที่อยู่ในระยะคัดออก ชั้นกลับสนใจผู้ชายประเทศนี้เป็นพิเศษ
สาวไทยหลายนางขยาดหนุ่มประเทศนี้
เพราะขึ้นชื่อว่าดูถูก
ขี้โกหก นิสัยเสีย และลามก
สารพัดกลวิธีที่บางครั้งชั้นก็ไม่ปลื้ม
แต่ของอย่างนี้ต้องคิดเป็นคนๆไป
ชั้นจะเล่าคราวๆ
เกี่ยวกับประเทศนี้ให้ฟังก่อน
นอกจากประเทศนี้จะไม่ได้ไปฟุตบอลโลกคล้ายๆไทยแล้ว
หน้าตาก็ดูคล้ายๆกันพอสมควร
ชาวตุรกีเป็นชาวอีสลาม
แต่เป็นอิสลามสมัยใหม่
ไม่เหมือนประเทศในกลุ่มอาหรับอื่นๆ
ประเทศตุรกีถูกพัฒนาโดย
"มุสตาฟา
เคมาล อาตาเติร์ก"
ฮีโร่ของพวกเขา
ผู้เเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่
ซึ่งอุดมการณ์เด่นๆคือ
การแยกศาสนาออกจากการเมือง
เค้ายังมีผลงานโดนๆอีกนะ
(ไม่เล่าไปหาอ่านเอง)
เรามีหนุ่มประเทศนี้เข้ามาคุยเยอะมากกกก
เพราะหนุ่มประเทศนี้ก็ชอบสาวไทยค่อนข้างเยอะ
(สงสัยชอบของแปลก)
ผู้ชายตุรกีรุ่นหลังๆ
ที่อินเตอเน็ทมีอิทธิพล
ต่างเปิดตัวเปิดใจรับสิ่งใหม่
รวมทั้งพวกที่ไปเรียนเมืองนอกหรือโตในต่างประเทศ
มีค่านิยมที่คบคนต่างชาติ
มีแฟนต่างชาติ ต่างศาสนามากขึ้น
รวมทั้งชายที่แต่งงานหลายคนเริ่มไม่มั่นใจกับเจ้าสาวที่พ่อแม่หาให้
ไม่ได้หมายถึงความบริสุทธิ์เสมอไป
แต่หมายถึงการครองเรือนอยู่ด้วยกันมากกว่า
เพราะยังมีความเหลื่อมหล้ำกันอยู่
และอื่นๆ อีกถ้าเล่าก็คงไม่มีวันหมด
ในขณะที่ชั้นคุยกะหนุ่มๆเหล่านี้ก็หาข้อมูลในกระทู้ต่างๆเกีี่ยวกับหนุ่มตุรกี
เค้าก็เตือนๆ ว่าระวังถูกหลอกบ้าง
ปากหวานเกินจริง
หล่อน่ารักน่าหม่ำแต่คุยทีละหลายๆคนในเวลาเดียว
บางคนก็หลอกเอาตังค์ หลอกให้โชว์
ลามกก็เยอะ บางคนบินมาหา
พากันไปแซ่บ
ให้ความหวังแต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเพราะเค้ามีเมียอยู่แล้ว
ก็กลับมาแชทกันต่อไปไม่มีสิ้นสุด
หาความจริงไม่เจอ ความไว้ใจไม่มี
หลอกว่าจะแต่งงานด้วยเรียก
darling,
honey, baby, แม่ยอดขมองอิ่มi
love youอะไรก็ว่าไป
บางคนก็ cam
Sexบ้างไรบ้าง
เเอบอัดวีดีโอแชร์ต่อให้เพื่อนๆได้ชื่นชมด้วย
เผลอๆสาวไทยบางนางเป็นนางโชว์ไม่รู้ตัว
หนุ่มๆตุรกีบางคนชอบอวดรวยแต่จริงๆจนมาก
เงินเดือนน้อยแต่ขี้โม้
ขี้คุย จอมอวด
มากมายหลากหลายแล้วแต่คนเขียนเค้าเคยเจออะไรมา
คนเขียนคนตั้งกระทู้ลงความเห็นแบบนี้ประมาณสิบหน้ากระดาษ
A4
แต่เขียนบรรทัดสุดท้ายบรรทัดเดียวว่า
"หนุ่มตุรกีที่ดีๆก็มีนะ"
อ้าว..!
แล้วใครจะเชื่อหละทีนี้
พูดว่าเค้าไม่ดี 99%ไปแล้วมั่งหนะ
(ที่จริงประโยคสุดท้ายถ้าฝืนก็ไม่ต้องก็ได้นะ)
ทีนี้ชั้นก็แบบว่าเคยโดนมาเยอะ
ผ่านมาก็มาก ผิดหวังก็นับไม่ถ้วน
แต่ก็นะต้องคิดเป็นคนๆ
อย่าเอามาปะปน
ก็นับว่าถ้าไม่เจอแบบนั้นจะได้เจอแบบนี้เหรอ
เอามาเป็นประสบการณ์ไว้คอยระวังตัวแล้วกัน
ทีนี้อีโก้มันจุกคอเกิน
เริ่มคิดไปทางลบกะคนประเทศนี้
มันต้องหลอกแบบที่เค้าว่าแน่ๆ
จากที่เข้ามาจีบกันจัง
เราก็คัดออก คัดออกตลอด
คนไหนไม่เข้าท่า คนไหนน่ารำคาญ
คนไหน trickเยอะ
fakeจ้า
คนไหนถามซอกแซก แม่ลบหมดเลย
แต่บางคนก็บ้าตื้อจนต้องบล๊อกไป
สุดท้ายทนความหน้ามึนของหนุ่มคนนี้ไม่ไหว
นั้นคือ
นายโอกาน
กอส เป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์โรงเรียนรัฐบาล
เข้ามาตอนแรกเราว่าเค้าเยอะเกินไปเพราะบังอาจเรียกHoney
และมโนว่าเราเป็นแฟนเขา
รักอย่างโน้นอย่างนี้
เราก็ว่าเห็นรูปแค่ใบเดียว
โปรไฟล์ก็ไม่กี่บรรทัด
จะมาหลงมารักอะไร ไม่จริงใจแล้วหละ
ตอแหลชัดๆ พี่แกสู้เว้ยยยย
คำพูดโครตหวานเลี่ยน
เค้าว่าเรานี้แหละรักแท้ของเขา
ที่เค้าหามาตลอดชีวิต
ชาตินี้ไม่มีทางไปตกหลุมรักใครได้อีก
เราคือนางในฝันของเค้า
ไม่คิดเลยนางฟ้าในฝันจะมีอยู่จริง
พระเจ้าต้องประทานนางฟ้าที่มีชีวิตนี้มาให้แก่เค้าแน่ๆ
ฟังแล้วเป็นไง
เซ็งจัดเลยเราตอนนั้น
บ่นกะตัวเองว่าเอาอีกแล้วเจออีกแล้วยิ่งกว่าใด้ฟังมุกเห่ยๆ
แกสรุปเองเออเอง ตอนนั้นเราว่าไอ้นี้บ้า
แม่จัดด่าไป แล้วหายไปเลยสองสามวันไม่ออนไลน์
อาจารย์ทิ้งข้อความบอกว่า
เค้าทดสอบเรา แป๋ววว!!!
เค้าว่าเค้าชอบเราตรงที่ด่าเค้านั้นแหละ
เพราะแตกต่าง หนึ่งเราเข้าใจภาษาอังกฤษของเขา
สองเราไม่เคลิ้มตามเขา
(คิดงั้นก็อ่อนหัดแล้ว
แต่พอฟังคำอธิบายนี้ก็ใกล้เคลิ้มแล้วนะ)
ในตอนแรกยังไม่ได้เห็นหน้าผ่านกล้องคุยกันอยู่สักสองสามอาทิตย์มั้ง
ยังคิดว่าไอ้นี้uglyแน่นอน
สงสัยรกรุงรังหัวหูเคราสกปรกแน่ๆ
หรือไม่ก็พวกจิต
เล่นเน็ตแชทหาแฟนออนไลทั้งวันไม่ทำไร
สติไม่มี สะตังยิ่งแล้วใหญ่
พวกscammerหรือป่าว
พอเวลาผ่านไปความจริงมันก็ค่อยๆ
ออกมาเรื่อยๆอาจารย์โอกานเป็นคนเคร่งศาสนา
แต่ไม่เครียดนะ
เพียงแต่ว่าที่บ้านห้ามไม่ให้แชทกับผู้หญิงไม่ว่าลูกศิษหรือใครก็ตาม
ให้พึงสำรวม...กลัวต่อบาป....เเละตัวเองเป็นอาจารย์ไม่ว่าท่าทางหรือวาจา
และแล้วเราก็ได้เห็นตัวเป็นๆ
อาจารย์แกหล่อมากกกก
สะอาดสะอ้าน แต่งตัวเรียบร้อยจัดอะ
หน้าไม่ค่อยยิ้มแต่เรานี้แหละทำเค้าฮา
แล้วเราก็ตลกนะ ลองนึกตาม
แกนั่งเข้มครึมแล้วพอเราทำให้หัวเราะแกก็หัวเราะอาการหลุด
เสร็จแล้วหันไปมองข้างหลังว่ามีใครเห็นไหม
แล้วกลับเข้าท่าปกติ ฮามากอะ
การหัวเราะมันไม่ใช่เรื่องที่ไม่สำรวมซะหน่อย
ขำอาการแก
อาจารย์โอยังอยู่กับพ่อแม่และน้องชาย
อยากมีแฟนมาก ผู้หญิงแถวบ้านก็ไม่ถูกใจ
พ่อแม่แนะนำก็ไม่ถุกใจ
เห็นแกว่าผู้หญิงแถวนั้นวันๆไม่ทำอะไรทำแต่งานบ้านและอยากมีสามี
(จริงป่าวก็ไม่รู้)
เค้าสนใจเราเพราะอยากได้คนที่คุยรู้เรื่อง
มีความรู้ มีความคิดเป็นของตัวเอง
(เดี๋ยวเจ่จัดให้)
โอ้ยอีกเยอะเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง
ความที่คุยกันนานและทุกวัน(ไม่รู้คุยอะไรกันนักหนา)ความเสมอต้นเสมอปลายยังคงอยู่
เช่นอาจารย์โอกานขี้หึง(ไร้สาระ)มาก
แต่พออธิบายแล้วก็โอเค หลักๆ ชั้นก็อ้างวัฒนธรรม
ชีวิตความเป็นอยู่ไว้ก่อน
คุยกันทุกวัน
ไม่ว่าจะประโยคสองประโยคหรือสองชั่วโมงขึ้นไป
อาจารย์โอ
เรียก honey
หรือไม่ก็
hon
สั้นๆ
(เราก็ด้วยแหละ)
เค้าใส่ใจ
ไม่ว่าพูดอะไรไปเค้าจำได้
หรือถ้าไม่เข้าใจพอมาอีกวันเค้าแปลเสร็จก็เอามาถามต่อ
มันสื่อถึงว่าเค้าใส่ใจในสิ่งที่เราพูด
เค้าโกหกอะไรบ้างหรือป่าว
ไม่รู้ แต่ที่รู้เขายังเล่าเรื่องตรงกันเหมือนเดิมทุกครั้ง
ส่วนชั้นไม่เคยโกหกเค้า
(กลัวจำไม่ได้)
แต่มีบางอย่างที่ยังไม่อยากเล่าให้ฟังในตอนนี้
เค้าเป็นคนใจเย็น
(นอกจากขี้หึงออกอาการ)
ไม่เคยเห็นโมโหอะไรเลย
รู้สึกชอบอาจารย์โอเมื่อไหรไม่รู้
แต่ที่รู้ยังชอบอยู่