คราวที่น้ำท่วมหนัก
ฉันอยู่ต่างจังหวัดแต่แฟนที่พึ่งคบหากันอยู่กรุงเทพ
สถานทูตของแฟนได้อพยพพลเรือนของเขาออกต่างจังหวัดเป็นการชั่วคราวซึ่งคุณแฟนก็เลือกมาที่จังหวัดที่ฉันอยู่
ฉันเห็นว่านี้อาจจะเป็นโอกาสดีที่เราจะมีกิจกรรมร่วมกัน
ฉันชวนแฟนร่วมเป็นอาสาสมัครจัดถุงยังชีพที่คนนำของมาบริจาคเพื่อรวบรวมส่งไปให้คนประสบอุทกภัย
ฉันเองก็เอาผลไม้กระป๋อง
น้ำดื่ม
เท่าที่หาได้ซึ่งขณะนั้นของกินของใช้ค่อนข้างหายากและมีราคาแพง
ส่วนแฟนก็มีข้ออ้างว่าเขาหาซื้อไม่ได้
ฉันกับแฟนอยู่ช่วยบรรจุถุงยังชีพจนเสร็จ
ก่อนที่เราจะะเดินออกจากเต็นอาสาไอ้คุณแฟนตัวดีของฉันถือถุงยังชีพติดมือมาสองชุดแถมถามฉันว่าอยากได้สักถุงไหมจะไปหยิบให้
ฉันอ้าปากค้างยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป
เค้าก็พูดสวนกลับมาว่า
ก็เขานี้แหละคนประสบอุทกภัยไม่งั้นไม่มาอยู่นี้หรอก
ฉันอายมาก จากนั้นไม่นานเราก็เลิกกัน.......อ่านต่อ
Tuesday, September 16, 2014
Sunday, September 14, 2014
เรื่องนี้ไม่ขำ
"ทุกคนมีเหตุผลที่ตัวเองกระทำ
แต่เหตุผลที่มีไม่ได้หมายความว่าอีกคนจะยอมรับ"
มีใครเคยทำงานแบบนี้ไหม
?
เราได้งานนี้มาเพราะลงโปรไฟล์ไว้กับเวปไซต์ดังเจ้านึง
มีคนติดต่อเข้ามาอยากให้ทำงาน
เราก็สนใจเพราะ ว่าง เบื่อ
และอ้วน รายละเอียดงานยังไม่รู้แน่ชัดซะทีเดียว
บอกแต่ว่าไปเจอที่สนามบินกับเวลานัด
จะออกค่าให้จ่ายให้ทั้งหมด
ไอ้เราก้อใจง่ายไปเจอตามนั้น
ก็ยังดีที่เป็นสนามบินสุวรรณภูมิ
ไม่ใช่เกาะกูด
ถ้าเกิดอะไรขึ้นความไม่ปลอดภัยมันต่างกัน
เรื่องมีอยู่ว่าฝรั่งคนนี้อยากให้ช่วยสไปแฟนสาวไทย
ที่พบกันทางเวปไซด์หาคู่
love
onlineทั้งสองคนคบกันมาประมาณเกือบสองปีแล้ว
ฝรั่งคนนี้อธิบายว่าแฟนเปลี่ยนไป
หลังจากขอแต่งงาน ตั้งแต่หกเดือนก่อน
ครั้งนี้ไม่ใช่การบินมาเมืองไทยครั้งแรก
(ครั้งแรกคือตอนแมนฯซิ
มาไทย ตอนนั้นตกหลุมรักประเทศไทย
แต่ไม่ใช่สาวไทย)
หลังจากนั้นก็บินมาเที่ยวสองครั้งต่อปี
ครั้งนี้เป็นการบินมาแบบแฟนสาวไม่รู้
หลังจากเล่าประวัติความสัมพันธ์ การทำงาน คุยค่าใช้จ่าย
ค่าจ้าง เราก็โอเค
โดยส่วนตัวก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แถมได้เที่ยว
ตอนที่ได้คุยกับฝรั่งคนนี้ดูเค้าง่ายๆ
สบายๆ ดูใจดี แต่มีแบบแผน
ขนาดเราคนนอกยังรู้สึกเลยว่าเค้ารักและจริงใจกับผู้หญิงคนนี้มาก .....อ่านต่อ
Saturday, September 13, 2014
เพื่อนไม่ปลื้ม
เมื่อต้นปีนี้เองมีโอาสใด้ตกงาน (ฟังดูเป็นโอกาสที่หายากมาก) เป็นโอกาสที่คนในศตรรษที่ 21ไม่อยากมีโอกาสนี้ก่อนวัยอันควร แบบไม่ได้ตั้งตัวอะไรเลย ชีวิตเวิ้นเว้อไปพักใหญ่ ก็มีรุ่นพี่คนนึงชวนให้ไปช่วยงานสักระยะ เค้าทำร้านกาแฟและชั้นบนเป็นโฮสเทล นับว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่คนเมืองนี้ตื่นตัวกับธุรกิจประเภทนี้มาก ชั้นตกลงไปช่วยงานจนกว่าเข้าหน้าlow seasonร้านนี้นับว่าอยู่ในย่านที่ดีล้อมไปด้วยคนทำงานออฟฟิต ธนาคาร เทศบาล และสถาบันสอนภาษา กลางวันค่อนข้างคึกคักพอสมควร แต่ตกเย็นก็เงียบๆ ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น ถึงจะอยู่ใจกลางเมืองแต่ถ้าไม่ไกล้ night marketหรือย่าน club, barก็วังเวงเหลือหลาย ห้องพักก็ถือว่าโอเคในระดับนึง แต่ลูกค้าที่พักข้างบนถ้าไม่ไปข้างนอกก็อยู่แต่ในห้องตัวเอง ชั้นก็ดูทีวี เล่นอินเตอร์เน็ท คุยกับลูกค้าตามประสา
เอาหละเข้าเรื่องของลาว
มีลูกค้าประจำรายนึงมานั่งกินชาเย็นทุกวัน
นั่งใช้คอม ฯบ้าง ไรบ้าง
นั้งโต๊ะเดิม เครื่องดื่มเดิม
มาตรงเวลาเป๊ะ แอบดีใจว่าชาเย็นของชั้นอร่อย
แต่รู้ภายหลังว่าเพราะมันเป็นเครื่องดื่มที่ราคาถูกสุดของร้าน
ถ้าไม่นับน้ำเปล่า
ที่จริงลูกค้าคนนี้มาเฝ้าชั้นนั้นเอง .....อ่านต่อ
Friday, September 12, 2014
ที่มาของ 'It s just a Pen and Waste Papers'
มันเริ่มจากห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือกองโต
เพียงไม่กี่เล่มเมื่อสี่ปีก่อนตอนย้ายมาใหม่ๆ
ก็เพิ่มขึ้นทีละเล่ม
ไม่ได้มีแนวที่ชอบ
ไม่มีนักเขียนที่ปลื้ม
ไม่เคยสมัครสมาชิกเล่มไหน
แต่มันขึ้นอยู่กับปัจจัยสองอย่างคือเรื่องที่สนใจใคร่รู้
ณ ตอนนั้น กับเงินในกระเป๋า
จากห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยแล้วแต่กิจกรรม
กลายเป็นที่จับจองกองหนังสือ
นับวันจะมีแต่ทางเดินที่แคบลง
เกิดคำถามที่ว่าเรารักหนังสือเหล่านี้จริงหรือ
ทำไมไม่ให้ใครหรือขายเป็น
used
bookไป
เคยทดสอบตัวเองแล้วไม่ผ่าน
บางครั้งออกอาการสะเทือนอารมณ์รัก
เช่น ........อ่านต่อ
Labels:
กระดาษ,
นักเขียน,
ปากกา,
มือใหม่,
เรื่องเล่า,
แรงบันดาลใจ,
หัดเขียน
Subscribe to:
Comments (Atom)



