เอาหละเข้าเรื่องของลาว
มีลูกค้าประจำรายนึงมานั่งกินชาเย็นทุกวัน
นั่งใช้คอม ฯบ้าง ไรบ้าง
นั้งโต๊ะเดิม เครื่องดื่มเดิม
มาตรงเวลาเป๊ะ แอบดีใจว่าชาเย็นของชั้นอร่อย
แต่รู้ภายหลังว่าเพราะมันเป็นเครื่องดื่มที่ราคาถูกสุดของร้าน
ถ้าไม่นับน้ำเปล่า
ที่จริงลูกค้าคนนี้มาเฝ้าชั้นนั้นเอง
กำลังจะเล่าให้ฟังว่าการบอกปฎิเสธคนมันยากแค่ไหน แต่ก็บอกไปอย่างสุภาพและคิดว่าเค้าอาจจะเข้าใจ
แต่ด้วยความที่ชั้นพูดเพราะเกิน เค้าก็เลยคิดว่าชั้นแค่ยังไม่มั่นใจเท่านั้น
ตรงกันข้ามฉันค่อนข้างมั่นใจ
100%ที่พูดออกไปอย่างนั้น
เรื่องมีอยู่ว่า
ตาคนนี้เค้าชื่อ แอนดี้
เป็นคนแอฟริกาใต้ อายุห้าสิบ
มาขอชั้นเดทหลายครั้งแล้ว
ชั้นก็ว่ามาเจอกันที่นี้ก็ได้
นั่งคุยได้ไม่เป็นไร
ไม่สั่งเครื่องดื่มก็ได้
เค้าก็โอเคในตอนแรก
เค้าก็ถามอีกหลายครั้งต่อมาว่าทำไมไม่รับคำชวนของเขา
ถามว่าชั้นคบใครอยู่แล้วหรือป่าว
ลองคบกับเค้าดูก่อนไหม
ให้โอกาสเขา ชั้นบอกไปอย่างดีๆ
ว่า ไม่ได้มีใครจริงๆ
และมีความสุขดีกับชีวิตโสด
เค้าก็ตื้ออยู่นั้นแหละ
ลึกๆแล้วชั้นพอจะอ่านบุคลิกลักษณะคนต่างชาติ
(โดยเฉพาะผู้ชายโสด)
ที่พึ่งย้ายมาที่นี้
ไม่ว่ามาทำงาน
หรือมาใช้วัยเกษียรที่เมืองนี่ว่าเค้ากำลังมองหาอะไร
ไม่ได้โม้ว่าอ่านคนออก
แต่จากที่อยู่เมืองนี้มาหลายปีมันทำให้ซึมซับไปโดยปริยาย
(มันมีหลายเคสมาก
แต่ขอไม่พาดพิงในตอนนี้)
จริงๆแล้วชั้นไม่ได้เป็นแบบว่าสวยเลือกได้
แต่กรณีนี้สวยรับไม่ได้ตะหาก
และคิดว่าชั้นหาได้ดีกว่านี้
(แอนดี้ฟังคงปรี๊ด)
แล้วก็ไม่ได้อยากรีบมีแฟนตาลีตาเหลือก
แต่ชั้นมีเหตุผล
เหตุผลที่ไม่สามารถบอกเค้าได้โดยตรง
จึงบอกแอนดี้ว่าเราควรเป็นเพื่อนกันจะดีกว่า
ไม่สามารถเป็นมากไปกว่านี้
เพราะเค้า...ไม่ผ่าน...
1.
ตัวเหม็น
(คำสั้นๆคำเดียวแต่มีฤทธิ์เป็นวงกว้างประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดห้าเมตร)
2.
เหงื่อชุ่มโซก
และไม่เคยเห็นว่ามันแห้ง
3.
ขนหน้าอกยาวโคตร
แถมชอบโชร์แบบไม่ได้ตั้งใจ
ไม่ใช่แค่แพลม ๆหนะ
มันค่อนข้างยาวและรกเลยเเหละ
(hairy
มาก)
ที่หน้าอกยาวขนาดนี้
ที่อื่นจะขนาดไหน
ส่วนสีไฮไลก็เป็นไปตามวัยเท่าผมบนหัว
4.
อันนี้เด็ด
เวลานั้งชอบไขว้ขา ไขว่ฮ่าง
แล้วเอามือจับเท้า..ไม่สิ..ตีน
ลูบไล้ยังกะทาโลชั่นอยู่
แล้วก็พักมือโดยการเอานิ้วมือสับหว่าง
ระหว่างข้างนึงนิ้วมือ
ข้างนึงนิ้วเท้า (ตีน)
อันนี้มีคนอธิบายให้ฟังว่าคนเซาท์อัฟริกันส่วนนึง
โดยเฉพาะคนรุ่นก่อนๆ
เค้านั้งแบบนี้ เป็นปกติ
ไม่ได้น่าเกียจอะไร
เค้าทำกันเป็นปกติต่อหน้าเเขกบ้านแขกเมือง
(หยี้)
5.
เค้าชอบเลอ
(ไม่ไช่
เลอ กอร์ดอง เบลอ)
มันคือเลอเอาลมโสโครกออกปาก
แล้วพูดตามมาว่า excuse
me ถ้าแบบนี้แกไม่ต้องขอโทษฉันก็ได้นะ
ต่อหน้าขนาดนี้ขอโทษไม่ทันแล้วหละ
อย่าหวังว่าจะให้อภัย
6.
เค้าขอเบอร์โทรฯชั้น
ๆก็ให้
เค้าก็ยิงเบอร์มาเดี๋ยวนั้นแล้วบอกว่านี้เบอร์โทรฯเขา
หลังจากนั้น
ทุกครั้งที่เจอกันพี่แกก็เม้งใส่ชั้นว่าทำไมไม่แมสเสจ
หรือโทรหาเค้าเลย เหตุผล
หนึ่ง...ชั้นไม่ได้อยากได้เบอร์พี่แอนดี้เลย
สอง...แล้วทำไมแกไม่เคยส่งแมสเสจหรือโทรหาชั้นสักครั้ง
มาว่าชั้นเหมือนเป็นความผิดชั้นอะ
งง มาว่าฉันต่อหน้าคนอื่นดั๊ว
เเม่เลยว่าสวนไปซะหงายเงิบ
(แกไม่เต็มหรือชั้นมันเกินไปวะ)
ไม่ถูกใจสักข้อ
เรื่องอื่นขอไม่พูดถึงเพราะแค่นี้ก็จะเป็นลมแล้ว
สวยไม่ปลื้ม
หลายวันผ่านไปพี่แอนดี้ไปต่อวีซ่าที่หนองคาย
กลับมาซื้อผ้าขาวม้าถูกใจมาฝาก
แต้งกิ้วหลาย เลยเลี้ยงกาแฟแก้วนึง
พี่แกตีหน้าเศร้าเล่าความจริงว่า
เค้าหาผู้หญิงแต่งงานด้วย
คือจดทะเบียนสมรสด้วย
จะรักหรือจะจัดงานแต่งหรือป่าวไม่ว่า
แต่ขอจดทะเบียนเพราะเค้าอยากอยู่ประเทศไทย
(ตรูว่าแล้ว
นึกอะไรไว้ไม่คาดเคลื่อนจากนี้)
แอนดี้
:
"แกไหนๆเราก็เป็นเพื่อนกันแล้ว
แกก็โสด ฉันก็โสด แต่งงานกันไหม"
ชั้น
:
ไอ้บ้า
หน้ามึน บ้านแกขอผู้หญิงแต่งงานเค้าขอกันงี้เหรอ
คนเค้ามีพ่อมีแม่นะ
อีกอย่างขอแต่งงานนะโว้ย
ไม่ใช่แต่งตัว "ไม่"
แอนดี้
:
"ไมอะ"
ชั้น
:
มีคนบอกว่าบางครั้งถ้าการโกหกแล้วทำให้เพื่อนสบายใจก็น่าจะทำ
"ฉันชอบคบเด็ก"
แอนดี้
:
“เห็นฉันแบบนี้ข้างในฉันเด็กหนา"
ชั้น
:
“เหรออออ
จริงดิ..
ไม่เชื่อ..
และไม่อยากเห็นด้วย
ไม่ดู ไ่ม่เอา และไม่แต่ง
ok
ปะ"
แอนดี้
:
“Ok. Ok. ไม่แต่งก็ไม่แต่ง
งั้นหาเพื่อนแต่งกะฉันหน่อยดิ"
ชั้น
: หน้ามึนมากกก
ขนาดชั้นยังไม่เอา
แล้วเรื่องอะไรจะเอาคอขึ้นเขียงประกันให้แก
ชั้น
:
"ชั้นไม่มีเพื่อนโว้ย"
แอนดี้
:
"ทำไมไม่มีเพื่อน
หรือไม่มีเพื่อนโสด"
ชั้น
:
"บอกไม่มีก็ไม่มีดิ เพื่อนไม่คบชั้นไง จบปะ?"
จนป่านนี้
เค้าก็ยังหาใครแต่งงานด้วยไม่ได้ แต่ได้ทำงาน และบริษัททำ
work
permit ให้ ความหวังของแอนดี้ที่อยากมีเมียไทยยังไม่หยุดอยู่เท่านี้ ไม่ว่าตอนนี้จะด้วยอยากมีเพราะเป็าหมายอะไรไม่ทราบแน่ชัด แต่ให้หาคนแต่งงานเพราะอยากได้วีซ่ายาวๆ ไม่ขอยุ่งเกี่ยว เพื่อนไม่ปลื้มอย่างแรง
ขอบคุณที่อ่านจนจบ
หมายเหตุ
เรื่องจริงแต่ใช้นามสมมุติ
